20 ข้อควรปฏิบัติ ที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งานคอมพิวเตอร์
ในโอกาสครบรอบ 20 ปี ของ Trend Micro (http://www.trendmicro.com/) หนึ่งในบริษัทด้านความปลอดภัยด้านไอทีรายใหญ่จึงได้จัดทำรายงานสรุป 20 ข้อควรปฏิบัติ ที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งานคอมพิวเตอร์ โดยแบ่งเป็น 3 ด้าน คือ 10 ข้อควรปฏิบัติทั่วๆ ไป 6 ข้อควรปฏิบัติในการใช้งานระบบอีเมล และ 4 ข้อควรปฏิบัติในการใช้งานอินเทอร์เน็ตและการดาวน์โหลดข้อมูล ตามรายละเอียดดังนี้
10 ข้อควรปฏิบัติทั่วๆ ไป ที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งานคอมพิวเตอร์ข้อควรปฏิบัติทั่วๆ ไป ที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งานคอมพิวเตอร์ มีดังนี้
1. เปิดใช้งานซอฟต์แวร์รักษาความปลอดภัยและทำการอัพเดทให้ทันสมัยอยู่เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่ใช้งานคอมพิวเตอร์แล็ปท็อปเชื่อมต่อกับระบบเครือ ข่ายไร้สายแบบสาธารณะที่ไม่มีการเข้ารหัสข้อมูล แย่งเช่นในบริเวณสนามบิน ร้านกาแฟ และในสถานที่สาธารณะต่าง ๆ
2. ติดตั้งผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นที่จะช่วยปกป้องการใช้งานอินเทอร์เน็ตหรือการดาวน์โหลดไฟล์ลงเครื่องคอมพิวเตอร์แบบครบวงจร
3. ตรวจสอบให้แน่ใจว่าซอฟต์แวร์ป้องกันภัยที่ใช้ว่า ครอบคลุมการป้องกันทั้งระบบอีเมล เครือข่ายแบบเพียร์ทูเพียร์ และโปรแกรมแอพพลิเคชั่นการประมวลผลที่ใช้ทั้งหมด และสามารถทำการแจ้งเตือนเกี่ยวกับปริมาณทราฟิกทั้งขาเข้าและขาออกจาก คอมพิวเตอร์ของผู้ใช้งานในแบบเวลาจริง
4. ปรับใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย อย่างเช่น เทคโนโลยี Web Reputation ซึ่งเป็นการตรวจสอบชื่อเสียงและประวัติเว็บไซต์ เพื่อวัดระดับความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์นั้นๆ ก่อนที่จะเข้าเยี่ยมชมเว็บ นอกจากนี้ควรใช้กับเทคโนโลยี Web Reputation ร่วมกับเทคโนโลยีอื่นๆ เพื่อเพิ่มความปลอดภัย เช่น เทคโนโลยีการกรองยูอาร์แอล หรือ URL Filtering และเทคโนโลยีการสแกนเนื้อหาหรือ Content Scanning
5. ใช้เว็บเบราว์เซอร์เวอร์ชันล่าสุดและทำการติดตั้งอัพเดทความปลอดภัยเป็น ประจำ โดย Internet Explorer ของไมโครซอฟท์นั้นจะมีการออกอัพเดทในวันอังคารที่ 2 ของแต่ละเดือน สำหรับวิธีการอัพเดทนั้นสามารถติดตั้งได้จากเว็บไซต์ http://update.microsoft.com ผ่านทางอินเทอร์เน็ต ในขณะที่ Mozilla Firefox นั้นจะมีการออกอัพเดทเป็นระยะ สำหรับวิธีการอัพเดทนั้นทำได้ง่ายโดยคลิกเมนู Help แล้วคลิก Check for updates... สำหรับวิธีการอัพเดทของเบราว์เซอร์ตัวอื่นๆ ให้ศึกษาจากคู่มือการใช้งาน
6. ให้เลือกใช้ปลั๊ก-อินเว็บเบราว์เซอร์ที่ไม่มีการใช้งานสคริปต์
7. ตรวจสอบกับผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP) ที่ใช้บริการอยู่ว่าระบบเครือข่ายของผู้ให้บริการนั้นมีระบบป้องกันมัลแวร์ หรือไม่ และถ้ามีให้ตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมต่อไปว่าระบบการป้องกันที่ใช้เป็นแบบ ใด มีขอบเขตครอบคลุมแค่ไหน
8. ในกรณีที่ใช้ระบบปฏิบัติการวินโดว์ของไมโครซอฟต์ ให้ทำการอัพเดทเป็นประจำโดยเปิดใช้งานฟีเจอร์ “Automatic Update" และคอนฟิกให้วินโดวส์ทำการติดตั้งอัพเดทให้เร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ โดยปกติไมโครซอฟท์นั้นจะมีการออกอัพเดทของระบบวินโดวส์ในวันอังคารที่ 2 ของแต่ละเดือน แต่ถ้ามีกรณีเร่งด่วนก็อาจจะออกอัพเดทกรณีพิเศษ (ในปี 2552 ไมโครซอฟท์ออกอัพเดทกรณีพิเศษ จำนวน 2 ตัว หนึ่งในนั้นคืออัพเดทเพื่อแก้ไขข้อบกพร่อง Server Service ซึ่งไวรัส Conficker ใช้เป็นช่องทางในการโจมตีวินโดวส์)
9. ติดตั้งใช้งานโปรแกรมไฟร์วอลล์ และทำการตรวจสอบและอัพเดทโปรแกรมอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งติดตั้งโปรแกรมด้านความปลอดภัยอื่นๆ ตัวอย่างช่น โปรแกรมตรวจสอบและป้องกันการบุกรุก (IPS) และโปรแกรมป้องกันมัลแวร์/สปายแวร์ เป็นต้น
10. ตรวจสอบให้แน่ใจว่าโซลูชั่นหรือซอฟต์แวร์รักษาความปลอดภัยที่ใช้งานอยู่ได้อัพเดทฐานข้อมูลที่ทันสมัยอยู่เสมอ
6 ข้อควรปฏิบัติ ที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งานระบบอีเมลข้อควรปฏิบัติ ที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งานระบบอีเมลมีดังนี้
1. ตรวจสอบให้แน่ใจว่าใช้งานโปรแกรมป้องกันสแปมสำหรับแต่ละที่อยู่อีเมลที่ใช้งานอยู่
2. ให้ระมัดระวังอีเมลที่ได้รับจากผู้ส่งที่ท่านไม่รู้จักหรือไม่คุ้นเคย ไม่ว่าอีเมลเหล่านั้นอ้างชื่อใคร (บุคคลที่มีชื่อเสียงหรือมีความน่าเชื่อถือ) เป็นผู้ส่งก็ตาม และไม่ทำการเปิดไฟล์ที่แนบมาหรือคลิกลิงค์ที่มากับอีเมลโดยเด็ดขาด
3. หากท่านได้รับอีเมลที่น่าสงสัย ให้ทำการรายงานหรือแจ้งให้กับผู้ที่มีหน้าที่ดูหรือรับผิดชอบระบบอีเมลทราบ ในทันที เพื่อทำการตรวจสอบ
4. ในกรณีที่ได้รับอีเมลจากผู้ส่งที่ท่านเชื่อถือหรือท่านรู้จัก ก่อนทำการเปิดไฟล์ที่แนบมากับอีเมลให้ทำการสแกนด้วยโปรแกรมป้องกันไวรัสก่อน เสมอ และหากมีการส่งไฮเปอร์ลิงค์มากับอีเมลถ้าเป็นไปได้ไม่ควรทำการคลิกลิงค์ดัง กล่าว แต่ให้วิธีการพิมพ์ยูอาร์แอลของลิงค์ในเว็บเบราว์เซอร์แทน
5. ให้ระลึกไว้เสมอและอย่าหลงเชื่ออีเมลที่ร้องขอข้อมูลเกี่ยวกับรายละเอียด บัญชีธนาคาร บัตรเครดิต หรือข้อมูลส่วนตัวอื่นๆ เนื่องจากสถาบันการเงินหรือธนาคารจะไม่มีการขอรายละเอียดในลักษณะนี้ผ่านทาง ระบบอีเมล
6. ไม่ควรทำการส่งอีเมลที่มีเนื้อหาหรือข้อมูลเกี่ยวกับการเงินของท่านถึงใครโดยเด็ดขาด
4 ข้อควรปฏิบัติ ที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งานอินเทอร์เน็ตและการดาวน์โหลดข้อมูลข้อควรปฏิบัติ ที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งานอินเทอร์เน็ตและการดาวน์โหลดข้อมูลมีดังนี้
1. ใช้บริการ Web Reputation ทำการตรวจความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือของเว็บไซตที่จะเข้าเยี่ยมชม เพื่อให้แน่ใจเว็บไซต์ดังกล่าวนั้นไม่มีอันตรายใดๆ แอบแฝงอยู่
2. ในใช้ความระมัดระวังในการเข้าเว็บไซต์ที่ต้องการให้ท่านทำการติดตั้ง ซอฟต์แวร์ก่อนเข้าชม แนะนำว่าไม่ควรติดตั้งโปรแกรมดังกล่าว แต่ถ้าต้องการติดตั้งให้ทำการสแกนโปรแกรมที่ดาวน์โหลดให้แน่ใจว่าไม่มี อันตรายแอบแฝงอยู่ด้วยโปรแกรมป้องกันไวรัสที่อัพเดทฐานข้อมูลล่าสุด ก่อนจะทำการติดตั้งซอฟตแวร์นั้นๆ
3. ให้อ่านและทำความเข้าใจกับเงื่อนไขต่างๆ ใน "End User License Agreement" และให้ทำการยกเลิกการติดตั้งในทันทีที่มีการพยายามทำการติดตั้งโปรแกรมอื่นๆ ที่ท่านไม่ต้องการเพิ่มเติม
4. หากจำเป็นต้องป้อนข้อมูลส่วนตัวให้ป้อนเฉพาะข้อมูลเท่าที่จำเป็นจริงๆ เท่านั้น (ย้ำ...เฉพาะข้อมูลเท่าที่จำเป็นจริงๆ เท่านั้น) และถ้าเป็นการป้อนข้อมูลส่วนตัวบนเว็บไซต์ให้ท่านป้อนข้อมูลบนเว็บไซต์ที่มี การเข้ารหัสข้อมูลเท่านั้น โดยสังเกตได้จากสัญลักษณ์รูปกุญแจซึ่งจะแสดงอยู่บริเวณด้านล่าง-ขวามือของ หน้าเว็บเบราว์เซอร์หรือมี https นำหน้าเว็บไซต์
แหล่งข้อมูลอ้างอิง• http://us.trendmicro.com/us/about-us/company/20th-anniversary/